Posts

Showing posts from December, 2021

Event Marketing ทำแล้วได้อะไร?

Image
Event Marketing Event Marketing หรือ "การจัดกิจกรรมทางการตลาด" เป็นหนึ่งในเครื่องมือในการตลาดที่มีมานานแล้ว แต่อาจจะไม่ค่อยได้มีคนใช้การเยอะเพราะต้องการการเตรียมงานที่ค่อนข้างเยอะและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ถ้าจัดดีเสมอตัว แต่ถ้าจัดไม่ดีอาจเกิดผลในแง่ลบต่อแบรนด์ได้ แล้ว Event Marketing คืออะไร ความหมายคือ "การจัดกิจกรรมทางการตลาด" ที่จัดเหตุการณ์หรือกิจกรรมเชิงรุกเพื่อสร้างบรรยากาศและมีเป้าหมายทางการตลาดไม่ว่าจะเป็นการรับรู้แบรนด์, รับรู้สินค้า, หรือเพิ่มยอดขาย แบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1) Offline Event, 2) Online Event Offline Events เป็นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่รวบรวมกลุ่มคนจำนวนมากไว้ในทีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Conferences, Trade Show, งานสัมมนา, Workshop หรืองานเปิดตัวสินค้าต่าง ๆ ที่อาจจะอยู่ในรูปแบบคอนเสิร์ต หรือการจัดทำ Work Shop ซึ่งในงานอาจจะเชิญคนดัง หรือดารามาร่วมงาน เพื่อช่วยโฆษณาเชิญชวนและดึงดูดเหล่าแฟนคลับมาเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เป็นการจัด Event marketing ที่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายได้ลองสัมผัสกับแบรนด์ สินค้า หรือบริการอย่างใกล้ชิด Online events เป็นก...

O2O vs. OMNI Channel คืออะไร?

Image
O2O vs. OMNI Channel คืออะไร หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเรียก O2O บ้าง, OMNI Channel บ้าง แต่ก็ยังสับสนอยู่ว่ามันหมายถึงอะไรและจะประยุกต์ใช้งานอย่างไร ทั้ง 2 คำเป็นคำอธิบายความหมายของ "ช่องทางการขาย, ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า, ช่องทางการสื่อสารการตลาด" O2O นั้นย่อมาจาก Offline To Online จากธุรกิจที่ต้องพึงหน้าร้านก็ขยายการขายมาเป็นขายออนไลน์, บางธุรกิจที่อยู่บนออนไลน์ก็ขยายมาเปิดหน้าร้านเพิ่มเพื่อเพิ่มยอดขาย ตัวอย่างเช่น Alibaba/Taobao นั้นเติบโตมาจากช่องทาง Online E-Commerce ซึ่งตอนนี้ก็ได้ขยายมาเปิดช่องทาง Offline เป็นห้างสรรพสินค้าชื่อเห่อหม่า เพื่อเชื่อมประสบการณ์ให้กับลูกค้า OMNI Channels หมายถึงหลายช่องทางรวมกันโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง, ซึ่งในหลายช่องทางนั้นออนไลน์ก็ยังมีหลายออนไลน์, ส่วนออฟไลน์นั้นก็ยังมีหลายออฟไลน์ด้วย ตัวอย่างเช่น Central เองมีทั้งช่องทางออฟไลน์คือห้างมีหลายสาขา และก็ยังมีช่องทางออนไลน์เช่น Central.co.th และก็มี JD Central อีกด้วย สรุปคือ O2O นั้นหมายถึงภาพรวมที่มีการเชื่อมโยงระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ในการทำการตลาดและการซื้อสินค้าของลูกค้า, ส่วน OMNI Chann...

Maximize Strength then Optimize Profit

Image
Maximize Strength then Optimize Profit      ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากคุณก่อศักดิ์ เกี่ยวกับ "Maximize Strength then Optimize Profit" หรือแปลเป็นไทยว่า "เสริมจุดแข็งก่อนแล้วค่อยเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร" เป็นปรัชญาที่กระชับแต่แฝงความหมายลึกซื้ง และมีประโยชน์อย่างมหาศาลในเชิงบริหาร เป็นรากแนวความคิดก่อนที่จะมาเป็นกลยุทธ์และสิ่งที่คุณก่อศักดิ์ได้บริหารงานเครือ CPALL ให้ประสบผลสำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยมในปัจจุบัน ท่านได้ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านการเล่นหมากล้อมทำให้เห็นภาพในมุมที่ไม่เคยเห็น และเป็นแนวทางที่ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อีกมากมาย       "Maximize Strength then Optimize Profit" เปรียบเสมือนการหาสมดุลและการโฟกัสโดยเริ่มจากจุดแข็งที่เรามีอยู่ทั้งจากตัวเราเอง, ทีมงาน, องค์กร, เครือข่ายทุกช่องทางแล้วค่อยขยายเป็นกลยุทธ์ เพื่อให้สามารถแข็งขันได้ในตลาด, มีพันธมิตร, ได้ใจลูกค้าและทีมงาน หลังจากนั้นกำไรจะตามมา และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือต้องรู้จักรักษาสมดุลของ "เร็ว, ช้า, หนัก, เบา" เพื่อประคองทุกปัจจัยให้ดำเนินไปจนได้ชัยชนะ เพราะชนะเพียงแค่หมากเดียว...

CRM: Customer Relationship Management

Image
CRM: Customer Relationship Management "การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อการต่อยอดของธุรกิจ"      ปัจจุบันนี้ดำเนินธุรกิจโดยไม่มี CRM นั้นเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการอยู่รอดของธุรกิจ, เป้าหมายก็คือการทำให้ลูกค้ามีความพอใจสูงที่สุดจากการใช้สินค้าหรือบริการของเรา จนเกิด Brand Loyalty หรือความภักดีต่อแบรนด์ขึ้น หมายความว่าลูกค้าจะเลือกใช้สินค้าและบริการของเราเสมอ โดยไม่เปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์อื่นโดยเฉพาะคู่แข่งง่ายๆ นอกจากนี้แล้วข้อมูลต่างๆ ที่เรามีการเก็บไว้เพื่อให้บริการลูกค้าของเรา ยังสามารถจะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้น เพื่อการวางแผนการตลาดต่อไปในอนาคตได้อีกด้วยครับ       ตัวอย่างง่ายๆ ร้านกาแฟข้างทางเดี๋ยวนี้ยังมีบัตรสะสมแต้มเช่น 10 แก้วแถม 1 แก้ว เพื่อที่จะบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำหรือซื้อเพิ่ม, นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างนึ่งที่ทำให้เห็นว่า CRM นั้นเป็นเรื่่องสำคัญและจำเป็นมากๆ สำหรับเจ้าของกิจการ และธุรกิจทุกประเภท เพื่อที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และเปลี่ยนเป็นยอดขายในระยะยาวได้ครับ ส่วนการจะใช้ระบบอะไรในการทำ CRM น...

การตลาดเชิงประสบการณ์ Experiential marketing

Image
การตลาดเชิงประสบการณ์ Experiential marketing      คนเราสมัยนี้จะซื้อของหรือบริการ ตัดสินใจจากประสบการณ์ที่เขาจะได้รับ ผู้บริโภคจะไม่ได้ตัดสินใจซื้อด้วย คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ หรือที่เรียกว่า Product Features แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ตัดสินใจซื้อ เพราะสิ่งที่เขาซื้อ คือ เขาซื้อประสบการณ์ที่ได้จากสินค้านั้น ตัวอย่างเช่น Starbucks ผู้คนที่ตัดสินใจเข้าไปซื้อกาแฟที่ Starbucks ไม่ได้ตัดสินใจซื้อที่รสชาติกาแฟเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป Starbucks ได้ประยุกต์ใช้ การตลาดเชิงประสบการณ์หรือ Experiential Marketing ที่ใช้ในการตกแต่งร้าน มีที่ให้เสียบปลั๊กใช้คอมพิวเตอร์ได้, มี Internet WIFI ได้มีการตกแต่งร้านค้าให้เหมาะแก่การมีความสุขในการกินกาแฟ หรือแม้กระทั่งนั่งทำงานในร้านกาแฟได้อย่างสะดวกสบาย แล้วจากกรณีศึกษาของ Starbucks สามารถประยุกต์ใช้อะไรกับพวกเราชาว SME ได้บ้าง?      Experiential Marketing หมายถึง กลยุทธ์ในการเชื่อมสัมพันธ์ต่อลูกค้า ผ่านการสร้างประสบการณ์จากแบรนด์หรือธุรกิจ ด้วยไอเดียและแนวคิด สร้างความทรงจำที่ส่งผลในเชิงความรู้สึกและอารมณ์ของผู้บริโภคหรือลูกค้า...

เมื่อโดนคู่แข่งตัดราคาควรทำอย่างไรให้รอด

Image
  เมื่อโดนคู่แข่งตัดราคาควรทำอย่างไรให้รอด!!! ยุคดิจิทัลปัจจุบันที่ทุกคนแห่ขายของออนไลน์ การแข่งขันกันสูงมากจึงแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่เราจะต้องเจอคู่แข่งขายตัดราคา ผู้บริโภคแค่กดค้นหาราคากันบนออนไลน์ก็สามารถที่จะเทียบราคาและมักจะเจอคู่แข่งที่ราคาถูกว่าด้วย, แล้วพวกเราคนทำธุรกิจควรจะทำอย่างไร ถ้าเราเลือกที่จะลงราคาไปสู้กับคู่แข่งนั้นเท่ากับเป็นการเริ่มหั่นขาเก้าอี้ตัวเองอย่างช้า ซึ่งก็คือการหั่นกำไรให้น้อยลงไปแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์กับธุรกิจเรามากนัก อาจร้ายแรงจนทำให้เราเจ๊งเลยก็ได้ ถ้าเรามองในมุมลูกค้าลูกค้าถ้าสินค้าเป็นแบบเดียวกันไม่ได้มีความแตกต่างมากนัก ลูกค้าก็มักจะมองร้านที่ขายราคาถูกกว่าเป็นหลัก . ผมมี 3 ขั้นตอนง่ายที่สามารถเอามาประยุกต์ใช้ได้เมื่อเจอคู่แข่งตัดราคา (1) หาจุดแข็งของของเรา: เราเริ่มต้นจากการ "รู้เรา" ว่าสินค้าหรือบริการของเราดีกว่าหรือแตกต่างจากคู่แข่งในจุดไหนบ้าง เราลองสอบถามลูกค้าปัจจุบันของเราดูหรือสวมหมวกเป็นลูกค้าแล้วกลับมามองหรือทดสอบสินค้าหรือบริการของเทียบกับคู่แข่งอย่างจริงจังดูเพื่อหาจุดแข็ง (2). มองหาโอกาสในตลาดนั้นๆ ว่ามีแนวโน้มเติบโตในกลุ่มส...

Unique Selling Point/จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์

Image
Unique Selling Point/จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นคอนเซ็ปการหาจุดขายของสินค้าเราที่แตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์เมื่อเทียบกับคู่แข่ง จะทำให้ลูกค้าจำสินค้าและแบรนด์ของคุณได้ เราจึงควรที่จะพัฒนา "จุดขายเอกลักษณ์" อย่างต่อเนื่องเพื่อสามารถแข่งขันได้ในโลกยุคปัจจุบัน สิ่งที่คุณควรต้องมีเมื่อจะพัฒนาจุดขายเอกลักษณ์ จุดขายนั้นช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้หรือไม่อย่างไร จุดขายนั้นคู่แข่งมีหรือไม่ จุดขายนั้นเลียนแบบได้ง่ายหรือไม่  แล้วสุดท้ายต้องอย่าลืมสื่อสารไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ทั่วถึอพอเพื่อที่จะทำให้ลูกค้าจำได้แล้วคุณจะกลายเป็นตัวเลือกในการซื้อที่ไม่จำเป็นต้องถูกกว่าคู่แข่ง เมื่อเจอคู่แข่งตัดราคาเราก็ยังสามารถขายได้เพราะความแตกต่างนั้นตอบโจทย์ลูกค้าแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้นั่นเอง  #จุดขายเอกลักษณ์  #UniqueSellingPoint #DigitalSecret

About Me/แนะนำตัว

Image
 About Me/แนะนำตัว xxxx xxx xxxx xxx xxx